ออมสินตั้งเป้าเงินฝากปีนี้ 2.4 ล้านล้านบาท

ธนาคารออมสินตั้งเป้าขยายฐานเงินฝากปีนี้ 2.4 ล้านล้านบาท พร้อมออกสลากออมสินพิเศษ 5 ปี

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า การแข่งขันระดมเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ในช่วงครึ่งหลังของปีจะมีความเข้มข้นขึ้นตามลำดับ เพื่อรองรับภาวะเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้นและการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แม้ว่าไทยจะยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยตาม แต่มองว่าหากเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งภายในปีนี้ดอกเบี้ยของไทยอาจจะขยับขึ้นอีกครั้ง โดยปีนี้ตั้งเป้าขยายฐานเงินฝากโตกว่าปีที่ผ่านมาร้อยละ 4 – 6 อยู่ที่เกือบ 2.4 ล้านล้านบาท จากเดิมปีที่แล้วมีเงินฝากรวม 2.26 ล้านล้านบาท ก้าวสู่การเป็นธนาคารที่มีฐานเงินฝากมากที่สุดในประเทศ โดยจำนวนนี้เป็นลูกค้าสลากเงินฝากกว่า 900,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นลูกค้ากว่า 3 ล้านคน

ทั้งนี้ ธนาคารออมสินได้เปิดรับฝากสลากออมสินพิเศษ 5 ปี งวดที่ 509 วงเงินรวม 60,000 ล้านบาท โดยจะเปิดรับฝากตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2561 เป็นต้นไป คาดว่าจะหมดภายใน 2 เดือน โดยสลากออมสินพิเศษ 5 ปี งวดที่ 509 อายุสลาก 5 ปี เปิดรับฝากหน่วยละ 100 บาท (1 หน่วยต่อ 1 เลขหมาย) ธนาคารฯ มอบผลตอบแทนให้แก่ผู้ฝากถึง 3 ต่อ ต่อที่ 1 ฝากครบ 5 ปี ได้ดอกเบี้ยหน่วยละ 4 บาท ฝากครบ 4 ปี แต่ไม่ครบ 5 ปี ได้ดอกเบี้ยหน่วยละ 2.50 บาท ฝากครบ 3 ปี แต่ไม่ครบ 4 ปี ได้ดอกเบี้ยหน่วยละ 1.50 บาท ฝากครบ 2 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี ได้ดอกเบี้ยหน่วยละ 0.75 บาท ฝากครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 2 ปี ได้ดอกเบี้ยหน่วยละ 0.25 บาท และฝากครบ 3 เดือนแต่ไม่ถึง 1 ปี ไม่ได้รับดอกเบี้ย เมื่อคิดเป็นผลตอบแทนขั้นต่ำเฉลี่ยต่อปีแล้ว หากฝากไม่ถึง1 ล้านบาท จะได้ร้อยละ 0.80 ต่อปี ฝาก 1 ล้านบาท จะได้ร้อยละ 1.52 ต่อปี และ 10 ล้านบาทขึ้นไป จะได้ร้อยละ 1.592 ต่อปี แต่หากถูกรางวัลใหญ่จะได้ผลตอบแทนมากกว่านี้

สำหรับผลตอบแทนต่อที่ 2 ผู้ฝากมีสิทธิ์ลุ้นถูกรางวัลจากการออกรางวัลเลขสลากทุกวันที่ 1 ของเดือน เป็นเวลา 60 ครั้ง ตลอดระยะเวลาการฝาก โดยมีรางวัลสูงสุด รางวัลที่ 1 มูลค่าเงินรางวัล 5 ล้านบาท จำนวน 3 รางวัล และยังมีรางวัลที่ 2 – 5 รางวัลเลขท้าย 6 ตัว เลขท้าย 5 ตัว และรางวัลเลขท้าย 4 ตัว (กำหนดงวดและหมวดอักษรเฉพาะรางวัลที่ 1 และ รางวัลที่ 2) และต่อที่ 3 ธนาคารมอบสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลพิเศษในแคมเปญ “ออมสินสายเปย์ แจกรถทั้งปี รวยล้านทุกเดือน” ซึ่งจะจับรางวัลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 –1 มิถุนายน 2562 รวม 12 ครั้ง 108 รางวัล มูลค่าร่วม 15 ล้านบาท มีรางวัลสูงสุด คือ รถยนต์ Mercedes-Benz รุ่น E 350 eAvantgarde จำนวน 1 รางวัล มูลค่า 3.58 ล้านบาท รางวัลรถยนต์ Toyota Camry รุ่น 2.0G จำนวน 3 รางวัล มูลค่ารวม 4.20 ล้านบาท รางวัลรถยนต์ Toyota Yaris รุ่น Ativ E จำนวน 4 รางวัล มูลค่ารวม 2.24 ล้านบาท รางวัลรถยนต์บรรทุก Toyota Hilux Revo รุ่น Double Cap จำนวน 4 รางวัล มูลค่ารวม 2.71. ล้านบาท รางวัลรถจักรยานยนต์ รุ่น Honda Wave 110i จำนวน 36 รางวัล มูลค่ารวม 1.56 ล้านบาท และรางวัลรถจักรยาน Giant รุ่น Talon3 จำนวน 60 รางวัล มูลค่ารวม 8.94 แสนบาท

นอกจากนี้ ธนาคารออมสินอยู่ระหว่างหารือกับประธานชมรมพิโกไฟแนนซ์ เพื่อหาแนวทางปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการพิโกไฟแนนซ์ เนื่องจากปัจจุบันมีบริษัทที่ดำเนินการปล่อยสินเชื่อแล้วมีสภาพคล่องไม่เพียงพอ หรือประสบปัญหาเงินทุนไม่เพียงพอที่จะปล่อยกู้ เพราะประชาชนแห่กู้เงินจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มลูกหนี้นอกระบบ รวมถึงผู้ปกครองที่มีความต้องการกู้เงินระยะสั้น เพื่อหมุนเวียนก่อนเปิดเทอม โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในไตรมาส 2 ของปีนี้ พร้อมเร่งผลักดันเพิ่มศูนย์ให้บริการสินเชื่อ 82 แห่งครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ คาดสามารถเปิดได้ครบทั้งหมดเดือนกันยายนปีนี้ เพื่อให้บริการกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในการเข้าถึงแหล่งเงิน และช่วยเพิ่มกระแสเงินสด ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์โดยรวมต่อประเทศไทยในแง่ของการผลักดันเศรษฐกิจผ่านเอสเอ็มอี

สำหรับโครงการสินเชื่อรายย่อย เพื่อใช้จ่ายฉุกเฉินระยะที่ 2 ของธนาคารออมสิน วงเงินสินเชื่อรวมไม่เกิน 10,000 ล้านบาท คาดจะสามารถช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยได้กว่า 240,000 คน มากกว่าระยะแรกที่สามารถช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย 12,000 คน ประชาชนมีวินัยการผ่อนชำระดี เหลือยอดหนี้เพียง 3,900 ล้านบาท จากวงเงิน 5,000 ล้านบาท.-สำนักข่าวไทย